อุปกรณ์หลักของระบบ Fire Alarm

อุปกรณ์หลักของระบบ Fire Alarm

 ระบบ Fire Alarm หรือ ระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ คือระบบที่ใช้ตรวจจับ แจ้งเตือน และส่งสัญญาณเมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้ เพื่อให้ผู้ใช้อาคารสามารถอพยพได้อย่างปลอดภัย และช่วยให้เจ้าหน้าที่เข้าระงับเหตุได้อย่างรวดเร็ว

ระบบ Fire Alarm  หรือ ระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ ไม่ได้ประกอบด้วยอุปกรณ์เพียงชิ้นเดียว แต่เป็นการทำงานร่วมกันของอุปกรณ์หลายประเภท ตั้งแต่การตรวจจับควัน ความร้อน การแจ้งเตือน ไปจนถึงการควบคุมระบบทั้งหมดผ่าน Fire Alarm Control Panel


อุปกรณ์หลักของระบบ Fire Alarm

1. Fire Alarm Control Panel (FACP)

Fire Alarm Control Panel หรือ ตู้ควบคุมระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ เป็นศูนย์กลางของระบบ ทำหน้าที่รับสัญญาณจากอุปกรณ์ตรวจจับ ประมวลผล และสั่งงานอุปกรณ์แจ้งเตือนต่าง ๆ

หน้าที่หลัก ได้แก่

  • รับสัญญาณจาก Smoke Detector และ Heat Detector
  • แสดงตำแหน่งหรือโซนที่เกิดเหตุ
  • ควบคุม Alarm Bell และ Strobe Light
  • เชื่อมต่อกับระบบควบคุมอาคาร (BMS) หรือระบบดับเพลิงอัตโนมัติ

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมคลิกที่นี้ :  https://www.duangpornsawan.com/categoryblog/2343/%E0%B8%95%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%9A%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8D%E0%B8%B2%E0%B8%93%E0%B9%81%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B9%89


2. Smoke Detector (เครื่องตรวจจับควัน)

Smoke Detector เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ตรวจจับอนุภาคควันที่เกิดจากการเผาไหม้ในระยะเริ่มต้น ช่วยแจ้งเตือนได้รวดเร็วก่อนที่ไฟจะลุกลาม

ประเภทที่นิยม ได้แก่

  • Photoelectric Smoke Detector
  • Ionization Smoke Detector
  • Beam Smoke Detector
  • Aspirating Smoke Detector

เหมาะสำหรับ

  • บ้านพักอาศัย
  • อาคารสำนักงาน
  • โรงแรม
  • โรงพยาบาล
  • ศูนย์ข้อมูล (Data Center)

:   https://www.duangpornsawan.com/categoryblog/2344/%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%88%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99


3. Heat Detector (เครื่องตรวจจับความร้อน)

Heat Detector ทำงานโดยตรวจจับอุณหภูมิที่สูงกว่าค่าที่กำหนด หรือการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิอย่างรวดเร็ว

เหมาะสำหรับพื้นที่ที่มีไอน้ำ ฝุ่น หรือควันจากการทำงานประจำ ซึ่งอาจทำให้ Smoke Detector แจ้งเตือนผิดพลาด

ตัวอย่างพื้นที่ติดตั้ง

  • ห้องครัว
  • ห้องเครื่องจักร
  • โรงงานอุตสาหกรรม
  • ห้องหม้อแปลงไฟฟ้า
  • โรงจอดรถ

https://www.duangpornsawan.com/blog/11559/smoke-detector-vs-heat-detector

Beam Smoke Detector ใช้ลำแสงอินฟราเรดในการตรวจจับควัน เหมาะกับพื้นที่ที่มีเพดานสูงและพื้นที่กว้าง

เช่น

  • คลังสินค้า
  • โรงงาน
  • ศูนย์ประชุม
  • ห้างสรรพสินค้า
  • อาคารกีฬาในร่ม

ข้อดีคือสามารถครอบคลุมพื้นที่ขนาดใหญ่ด้วยจำนวนอุปกรณ์ที่น้อยลง

https://www.duangpornsawan.com/blog/11565/beam-smoke-detector-cm-7130-fire-alarm


5. Manual Call Point (MCP)

Manual Call Point หรือจุดกดแจ้งเหตุเพลิงไหม้ เป็นอุปกรณ์ที่ให้ผู้พบเห็นเหตุสามารถกดแจ้งเตือนได้ทันที

มักติดตั้งบริเวณ

  • ทางออกฉุกเฉิน
  • โถงทางเดิน
  • บันไดหนีไฟ
  • จุดที่มองเห็นและเข้าถึงได้ง่าย



6. Alarm Bell

Alarm Bell เป็นอุปกรณ์แจ้งเตือนด้วยเสียง เมื่อระบบตรวจพบเหตุเพลิงไหม้ จะส่งเสียงเพื่อแจ้งให้ผู้ใช้อาคารทราบและอพยพ

โดยทั่วไปจะติดตั้งในตำแหน่งที่เสียงสามารถกระจายได้ทั่วถึง



7. Horn Speaker และ Voice Evacuation System

ในอาคารขนาดใหญ่ เช่น โรงพยาบาล โรงแรม หรือสนามบิน นิยมใช้ระบบประกาศเสียงแทนกระดิ่ง เพื่อแจ้งข้อมูลและแนะนำเส้นทางอพยพได้อย่างชัดเจน


8. Strobe Light

Strobe Light เป็นอุปกรณ์แจ้งเตือนด้วยแสงกระพริบ เหมาะสำหรับพื้นที่ที่มีเสียงดัง หรือเพื่อช่วยให้ผู้ที่มีข้อจำกัดด้านการได้ยินรับรู้เหตุฉุกเฉิน


9. Monitor Module และ Control Module

ในระบบ Addressable Fire Alarm จะมีโมดูลสำหรับรับและส่งสัญญาณไปยังอุปกรณ์ภายนอก เช่น

  • ระบบดับเพลิงอัตโนมัติ
  • พัดลมระบายควัน
  • ลิฟต์
  • ระบบควบคุมประตู
  • เครื่องปรับอากาศ

10. Power Supply และแบตเตอรี่สำรอง

ระบบ Fire Alarm ต้องสามารถทำงานได้แม้ไฟฟ้าดับ จึงมีแบตเตอรี่สำรองและชุดจ่ายไฟเพื่อให้ระบบยังคงทำงานต่อเนื่องตามมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง


การทำงานของระบบ Fire Alarm

เมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้

  1. Smoke Detector หรือ Heat Detector ตรวจจับความผิดปกติ
  2. ส่งสัญญาณไปยัง Fire Alarm Control Panel
  3. ตู้ควบคุมประมวลผลข้อมูล
  4. สั่งงาน Alarm Bell, Horn Speaker และ Strobe Light
  5. หากเชื่อมต่อกับระบบอื่น ระบบอาจสั่งเปิดพัดลมระบายควัน ปลดล็อกประตูหนีไฟ หรือเรียกลิฟต์กลับชั้นที่กำหนด

เลือกอุปกรณ์ Fire Alarm อย่างไรให้เหมาะกับอาคาร

  • บ้านพักอาศัย: Smoke Detector และ Alarm Bell
  • อาคารสำนักงาน: Fire Alarm Control Panel, Smoke Detector, Manual Call Point และ Alarm Bell
  • โรงงาน: Addressable Fire Alarm Control Panel, Beam Smoke Detector และ Heat Detector
  • โรงแรมและโรงพยาบาล: ระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้แบบ Addressable พร้อมระบบประกาศเสียง

การเลือกอุปกรณ์ควรคำนึงถึงประเภทอาคาร ความเสี่ยง และข้อกำหนดของกฎหมายหรือมาตรฐานที่ใช้บังคับ


สรุป

ระบบ Fire Alarm ที่มีประสิทธิภาพไม่ได้อาศัยอุปกรณ์เพียงชิ้นเดียว แต่เป็นการทำงานร่วมกันของ Fire Alarm Control Panel, Smoke Detector, Heat Detector, Beam Smoke Detector, Manual Call Point, Alarm Bell, Horn Speaker, Strobe Light และอุปกรณ์ประกอบอื่น ๆ

การออกแบบระบบให้เหมาะกับลักษณะของอาคารและการเลือกอุปกรณ์ที่ได้มาตรฐาน จะช่วยเพิ่มความปลอดภัย ลดความเสียหายจากเหตุเพลิงไหม้ และทำให้ระบบพร้อมใช้งานเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน